โปรแกรม NEXT STEP · with The Learning Coach
แล้วมีทางเลือกอะไรบ้าง ที่ช่วยให้เขารับผิดชอบได้เอง?
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เหนื่อยกับการคอยเตือนในสิ่งที่ควรเป็นเรื่องของลูก NEXT STEP คือโปรแกรม 4 สัปดาห์ที่ผมจะเดินไปกับคุณ เพื่อหาก้าวที่เหมาะสมในการส่งมอบความรับผิดชอบเรื่องการเรียนคืนให้เขาทีละก้าว
สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกวัย 9–15 ปี (ป.4–ม.3) · โค้ชพี่โอมคุยเองและอ่านงานเองทุกบ้าน ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ
เล่าให้ฟังก่อนว่าบ้านคุณติดเรื่องไหน ยังไม่ต้องตัดสินใจสมัครในข้อความแรกครับ
ทักไลน์คุยกับโค้ชพี่โอม →ถ้าคุณรู้สึกว่าลูกยิ่งโต ยิ่งรับมือยากขึ้น
ช่วง 9–15 ปี เด็กเริ่มต้องการเป็นเจ้าของเรื่องของตัวเอง แม้ในวันที่เขายังทำเองได้ไม่ดีนัก วิธีที่เคยได้ผลจึงหยุดทำงานไปเฉย ๆ
การเตือนที่เคยช่วยให้เขาเริ่ม กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต่อต้าน การช่วยจัดการที่เคยทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย กลายเป็นเหตุผลที่เขาไม่ต้องจำเอง
เด็กจะทำแบบขอไปที เมื่องานนั้นรู้สึกเหมือนเป็นของคนอื่น ไม่ใช่ของเขา
นี่คือพัฒนาการตามวัย ไม่ใช่สัญญาณว่าคุณเลี้ยงมาผิดทาง ที่เปลี่ยนไปคือบทบาทที่เขาต้องการจากคุณ จากคนที่นำ มาเป็นคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
โมเดล 3 ที่นั่ง — กลไกหลักที่ใช้ตลอดทั้งโปรแกรม
ลูกคนเดียวกันอาจอยู่คนละที่ในแต่ละเรื่อง ลองเลือกเรื่องที่คุณพูดถึงบ่อยที่สุดในบ้าน แล้วดูว่าสามที่นั่งของเรื่องนั้นหน้าตาเป็นยังไง
เลือกเรื่อง แล้วดูว่าตอนนี้บ้านคุณอยู่ที่นั่งไหน — และก้าวถัดไปอยู่ตรงไหน
คุณเป็นคนบอกว่าคืนนี้มีอะไรต้องส่ง และเป็นคนเตือนให้เริ่ม
เขารู้ว่ามีอะไรต้องทำ แต่ยังต้องมีคุณช่วยจัดลำดับว่าทำอะไรก่อน
เขาเริ่มเองได้เกือบทุกคืน คืนไหนที่ทำไม่ทัน เขาบอกคุณเองว่าจะจัดการยังไง
ที่นั่งไม่มีอันไหนถูกหรือผิด และการขยับจาก "ผู้ใหญ่นำ" ไป "ทำด้วยกัน" ก็ไม่ใช่การปล่อยมือ มันคือการเปลี่ยนจากเตือนสามครั้ง เหลือถามคำถามเดียวตอนหนึ่งทุ่มแล้วลูกเริ่มได้เองด้วยความสมัครใจ
ตลอดโปรแกรม เราไม่วัดกันที่คะแนนสอบหรือเกรด เราดูว่าคุณกับลูกขยับที่นั่งในเรื่องนั้นได้จริงแค่ไหน
ตัวอย่างการขยับที่นั่ง
เคสสมมติ ประกอบให้เห็นภาพ ไม่ใช่ข้อมูลของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งโดยเฉพาะ
คะแนนวิชาคณิตของเพลงตกลงจากที่เคย แม่จึงอัดตารางติววันหยุดให้แน่นขึ้น แล้วจี้ให้ทำแบบฝึกหัดทุกวัน เพลงทำแบบขอไปที ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสัปดาห์หน้าสอบเรื่องอะไร
สัปดาห์แรกเพลงไม่ต้องอ่านเพิ่มเลย มีภารกิจเดียวคือจดว่าตัวเองใช้เวลากับคณิตตอนไหน ส่วนแม่ถอยออกมาครึ่งก้าว
เมื่อเพลงเป็นคนกำหนดเป้าหมายเอง เธอเริ่มเปิดตารางสอบและกำหนดเองว่าจะอ่านวิชานี้วันศุกร์ โดยแม่ถามคำถามเดียวว่า "สัปดาห์นี้แผนคณิตหน้าตาเป็นยังไง?"
ทำไมเราถึงดูที่ "กลับมาแก้แผน" ไม่ใช่ "นั่งอ่านเอง"
เด็กที่นั่งอ่านเพราะกลัวโดนดุ กับเด็กที่นั่งอ่านเพราะเป็นเรื่องของตัวเอง มองจากข้างนอกเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน
แต่เด็กที่กลับมาแก้แผนของตัวเอง บอกอะไรบางอย่างที่ปลอมไม่ได้ เพราะคนที่แค่ทำให้พ้น ๆ ไป จะไม่กลับมาแก้อะไรทั้งนั้น
การขยับแบบนี้ไม่ได้เกิดในสัปดาห์เดียว และบางบ้านขยับได้ครึ่งทาง เราดูว่าขยับไหม ไม่ได้สัญญาว่าจะถึงปลายทาง
หนึ่งครอบครัวจากการโค้ช 1:1 · เล่าโดยคุณแม่ · ผลลัพธ์แต่ละบ้านต่างกัน
บ้านคุณนั่งที่ไหนในเรื่องที่กำลังหนักใจ เล่าให้ผมฟังได้เลยครับ
ทักไลน์คุยกับโค้ชพี่โอม →เจอกัน 2 ครั้ง
คุณเล่าให้ฟังว่าบ้านเป็นยังไง ผมช่วยหาว่าจุดที่ควรขยับก่อนคืออะไร ส่วนใหญ่พ่อแม่จะเลือกเรื่องที่ปวดใจที่สุด ซึ่งมักไม่ใช่เรื่องที่ขยับง่ายที่สุด
หลังคุยจบ คุณจะได้ แผนที่ 3 ที่นั่งของบ้านคุณ และก้าวเดียวที่จะขยับในรอบนี้
ลองไปสองสัปดาห์แล้วมันไม่เป็นอย่างที่คิด ตรงนี้แหละที่เรานัดคุยกันอีกครั้งเพื่อปรับ นัดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกเลย ไม่ต้องมาหาเวลากันใหม่ตอนที่กำลังเหนื่อย
สัปดาห์ที่ 2 เป็นช่วงที่คนอยากถอยที่สุด เราเลยนัดกันไว้ตรงนั้นพอดี
ครั้งแรกวางแผน ครั้งที่สองแก้แผน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่เราจะชวนคุณไปทำกับลูก
ลูกไม่ต้องเข้าซูมทั้งสองครั้ง นี่คือเวลาของคุณกับผม · ครั้งละประมาณ 45 นาที
4 สัปดาห์เจออะไร
เล่าว่าบ้านเป็นยังไง เลือกเรื่องเดียวที่จะขยับ ทำแผนที่ 3 ที่นั่งของบ้านตัวเอง
ผมเลือกเครื่องมือจากคลังจริงให้เข้ากับสถานการณ์บ้านคุณ แล้ววางกิจกรรมรายสัปดาห์ครบทั้ง 4 สัปดาห์ — ไม่ใช่ template เดียวให้ทุกคน
ใบงานทุกชิ้นระบุชัดว่าใครเป็นเจ้าของ บางชิ้นลูกกรอกเอง บางชิ้นเป็นการ์ดสคริปต์คำพูดของผู้ปกครอง
บันทึกสั้นแค่ 3 ข้อ สัปดาห์ที่ยังไม่ได้ลองก็กดว่า "ยังไม่ได้ลอง" ได้เลย ไม่มีใครมาตีความว่าล้มเหลว
ผมอ่านของบ้านคุณเองทุกสัปดาห์ ตอบกลับภายใน 1–2 วัน แล้วปรับเครื่องมือของสัปดาห์ถัดไปให้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง — มีมนุษย์อ่าน ไม่ใช่ระบบตอบอัตโนมัติ
ปรับก้าวให้ตรงกับความจริงที่เจอมาสองสัปดาห์
สรุป 4 ส่วน คือ ก้าวที่เลือก · เส้นทาง 4 สัปดาห์ · สิ่งที่เปลี่ยนจริง · ก้าวต่อไป เขียนจากหลักฐานในรอบนั้นเท่านั้น ไม่มีเปอร์เซ็นต์ที่เดาขึ้นมาลอย ๆ
ใช้เวลาสัปดาห์ละราว 30 นาที บวกการคุยกัน 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 45 นาที
ต่างจากคอร์สหรือแอปเลี้ยงลูกทั่วไปอย่างไร?
ที่มาของเนื้อหา
เครื่องมือทุกชิ้นสกัดมาจากหนังสือ 3 เล่มที่ขายจริง แล้วแปลงเป็นแบบที่ปรับตามสถานการณ์บ้านคุณได้



1. ถอดหมวกผู้จัดการ สวมหมวกโค้ช — เรื่องบ้านและการบ้านทั่วไป
2. โค้ชลูกก่อนสอบ — ช่วงก่อน ระหว่าง และหลังสอบ
3. ลูกติดจอ เพราะโลกจริงไม่มีอะไรให้ — แรงจูงใจและปัญหาติดจอ/เกม
ยังไม่ต้องอ่านหนังสือก่อนก็เริ่มได้ครับ แต่ถ้าอยากเห็นวิธีคิดเบื้องหลังก่อนตัดสินใจ แวะดูตัวอย่างจากหนังสือทั้งสามเล่มได้ที่ หน้าหนังสือ →

ผู้ก่อตั้ง The Learning Coach และผู้เขียนหนังสือทั้งสามเล่ม ก่อนจะมาเป็น NEXT STEP ผมทำงานด้านการศึกษาและการเรียนรู้มา 20 ปี ผ่านเด็กและผู้ปกครองมากกว่า 1,000 ครอบครัว
ภารกิจของเราไม่ใช่แค่การโค้ชเด็ก แต่คือการติดอาวุธให้พ่อแม่กลายเป็นโค้ชคนแรกและคนที่ดีที่สุดของลูก
ทุกรอบผมเป็นคนคุยเอง อ่านเอง และเขียน Growth Report เอง ไม่มีทีมมารับช่วงต่อ — นั่นคือเหตุผลที่รับได้เพียงเดือนละ 7 ครอบครัว
เสียงจากผู้ปกครอง
"แม่ก็ไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่า แม่ทำอะไรมากไปหรือเปล่า"
คุณแม่บ้านหนึ่งเล่าว่า ที่ผ่านมาเธอดูแลลูกตั้งแต่ปลุก ลากไปอาบน้ำ จนตามเช็กการบ้าน พอได้ลองเปลี่ยนบทบาทถึงเห็นว่า "พ่อแม่ลากลูกมาตลอด 10 ปี แม่เองก็ต้องฝึกใหม่เหมือนกัน"
— คุณแม่ของน้องวัย ป.6 · การโค้ช 1:1 กับโค้ชพี่โอม
"ได้เรียนรู้ทักษะรูปแบบใหม่ ๆ ที่เพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหา"
แม่เจี๊ยบ
"ชอบความหมายของ manager กับ coach ที่ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ตามมา"
แม่แหวน
"ได้เปิดมุมมองใหม่ในการรับฟังลูกให้มากขึ้น เป็นการฟังเพื่อเข้าถึงลูก"
พ่อนาย
ผู้ปกครองในเวิร์กช็อปของโค้ชพี่โอม
"เพิ่งไปเข้าเวิร์กช็อปสำหรับพ่อแม่กับโค้ชโอมมา ครึ่งวันยังอยากให้ยืดเป็นสามวันเลย มัน intense มาก … เป็นโค้ชที่ถามคำถามที่ใช่ ฟังอย่างตั้งใจ มีเครื่องมือมาช่วยพัฒนาเราได้เยอะแยะ แค่ได้เรียนรู้ tools ต่าง ๆ ก็คุ้มแล้ว"
"การสอนให้เด็กทำเกรดได้ดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่การช่วยให้เด็กเข้าใจตัวเองและวางแผนไปถึงเป้าหมายของตัวเอง อันนี้แหละที่ไม่ค่อยมีใครสอนกัน"
— แม่เมย์ · จากโพสต์เฟซบุ๊กหลังเข้าเวิร์กช็อป
ความเห็นจากผู้ปกครองที่เรียนแนวคิดนี้กับโค้ชพี่โอม (เวิร์กช็อป และการโค้ช 1:1) · ประสบการณ์แต่ละบ้านต่างกันไป
ค่าใช้จ่าย
ชำระเงินหลังคุยกันแล้วเท่านั้น ถ้าคุยแล้วผมคิดว่ารอบนี้ยังไม่ใช่จังหวะของบ้านคุณ ผมจะบอกตรง ๆ ครับ
"แค่ได้เรียนรู้ tools ต่าง ๆ ก็คุ้มแล้ว" — แม่เมย์ หลังเข้าเวิร์กช็อป
ยังไม่แน่ใจว่าบ้านคุณเหมาะไหม ทักมาเล่าให้ผมฟังก่อนได้
ทักไลน์คุยกับโค้ชพี่โอม →ที่รับได้แค่เดือนละ 7 ครอบครัว ทำให้เราเลือกได้ ถ้าคุยแล้วผมคิดว่ารอบนี้ยังไม่ใช่จังหวะของบ้านคุณ ผมจะบอกตรง ๆ
ปลายทางที่เราตั้งใจ
งานของพ่อแม่ คืองานเดียวในโลกที่ทำสำเร็จแล้ว ตัวเองต้องหมดความจำเป็น
ผู้จัดการที่เก่งทำให้ทีมขาดเขาไม่ได้ แต่พ่อแม่ที่เก่งทำตรงข้าม คือสร้างคนที่ไม่ต้องมีเราก็ไปต่อได้
เด็กที่ได้ลองวางแผนของตัวเอง
จะเจอว่าแผนไหนทำไหว แผนไหนทำไม่ไหว
เด็กที่ได้ตัดสินใจเอง
จะได้ฝึกตัดสินใจในวันที่ยังพลาดได้โดยไม่เสียหายมาก
เด็กที่ได้กลับมาแก้แผนของตัวเอง
จะเรียนรู้ว่าความผิดพลาดเป็นข้อมูล ไม่ใช่ความล้มเหลว
และเด็กที่เชื่อว่าตัวเองรับผิดชอบการเรียนของตัวเองได้
คือเด็กที่เชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์เลือกอนาคตของตัวเอง
เราเริ่มจากเรื่องเดียวเล็ก ๆ อย่างการบ้านคืนวันอังคาร เพราะนั่นคือที่ที่มันเริ่มได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ติวเตอร์ทำงานกับเนื้อหาวิชา ผมทำงานกับวิธีที่ลูกจัดการตัวเองกับเนื้อหานั้น หลายครอบครัวใช้ทั้งสองอย่างพร้อมกันและไม่ทับกันเลย ที่นี่ไม่มีวิดีโอให้ดูจนจบ มีแค่แผนกับเครื่องมือรายสัปดาห์ที่ทำจากสิ่งที่คุณเล่า
สัปดาห์ละราว 30 นาที บวกการคุยกัน 2 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที ถ้าน้อยกว่านี้จริง ๆ รอบนี้อาจยังไม่ใช่จังหวะครับ
ไม่ต้องครับ ทั้งสองครั้งเป็นเวลาของคุณกับผม และรอบแรกส่วนใหญ่เริ่มที่ตัวคุณ ไม่ได้เริ่มที่ลูก เครื่องมือหลายชิ้นในสัปดาห์แรกเป็นของผู้ปกครองล้วน ๆ ลูกจะเข้ามาเองเมื่อบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนพอที่เขาจะอยากเข้ามา
ไม่ได้หมด เครื่องมือของเด็กบางชิ้นเป็นร่างส่วนตัวก่อน เขาเลือกเองว่าจะแชร์ส่วนไหนให้ผมเห็น เพื่อให้กล้าเขียนตามจริง และไม่มีระบบนับว่าเขาเข้าใช้บ่อยแค่ไหน
คนตอบครับ เทคโนโลยีช่วยผมร่างกับจัดรูปแบบได้ แต่คนที่อ่านงานลูกคุณและตัดสินใจว่าจะปรับอะไรคือผม
เมื่อครบจำนวนของเดือนนี้แล้ว เราจะเก็บชื่อไว้ในคิวสำหรับรอบถัดไป และแจ้งให้ทราบก่อนเมื่อรอบใหม่เปิดรับจริง
ได้ จะเริ่มที่เรื่องใหม่หรือเรื่องเดิมในที่นั่งที่ขยับไปแล้วก็ได้ โดยประเมินร่วมกันในช่วงสรุป Growth Report ปิดรอบ
เราเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นสำหรับการติดตามแผนและให้ feedback เท่านั้น ไม่เปิดเผยให้บุคคลภายนอก และขอเข้าถึงหรือลบข้อมูลของคุณได้ทุกเมื่อ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
2,900 บาทต่อรอบ · รับเดือนละ 7 ครอบครัว
ทักไลน์มาคุยกับโค้ชก่อนก็ได้ ไม่ต้องตัดสินใจสมัครในข้อความแรก
พิมพ์เท่าที่สะดวก โค้ชจะบอกตรง ๆ ถ้าคิดว่ารอบนี้ยังไม่เหมาะ
ช่องทางโอนแจ้งในแชทไลน์
ภายในวันเดียวกัน
คุยครั้งแรกกับโค้ช แล้วแผนของบ้านคุณจะเริ่มขึ้น
ตอบโดยโค้ชพี่โอม · สำหรับลูกอายุ 9–15 ปี